สวัสดีค่าาาาาาา
ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนนะคะ
ดิฉันชื่อว่า นางสาวอาภัสรา ใจสอาด หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "อาร์" ค่ะ
วันนี้ดิฉันจะมาเล่าเรื่องราวประสบการณ์ที่ได้ไปท่องเที่ยวในเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่ในรายวิชาสัมมนาของสาขาดิฉันค่ะ การไปในครั้งนี้เป็นการไปเที่ยวแบบ
backpack ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เนื่องจากความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษของตัวเองนั้นแค่งู ๆ ปลา ๆ
บวกกับสำเนียงในฝั่งประเทศของเขา
ซึ่งเรื่องราวการผจญภัยในเกาะปีนังของดิฉันและเพื่อน ๆ จะเป็นอย่างไรนั้น
ไปชมกันเลยค่ะ
ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนนะคะ
ดิฉันชื่อว่า นางสาวอาภัสรา ใจสอาด หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "อาร์" ค่ะ
วันนี้ดิฉันจะมาเล่าเรื่องราวประสบการณ์ที่ได้ไปท่องเที่ยวในเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่ในรายวิชาสัมมนาของสาขาดิฉันค่ะ การไปในครั้งนี้เป็นการไปเที่ยวแบบ
backpack ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เนื่องจากความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษของตัวเองนั้นแค่งู ๆ ปลา ๆ
บวกกับสำเนียงในฝั่งประเทศของเขา
ซึ่งเรื่องราวการผจญภัยในเกาะปีนังของดิฉันและเพื่อน ๆ จะเป็นอย่างไรนั้น
ไปชมกันเลยค่ะ
ในวันแรก ดิฉัน อาจารย์ และเพื่อน ๆ
ได้นัดมารวมตัวกันตอนเวลา 23.30 น.
ของวันที่ 13 สิงหาคม 2557 เพื่อรอขึ้นรถไฟที่สถานีสุราษฎร์ธานีในเวลา
01.24 น. ของวันที่ 14 สิงหาคม 2557
ซึ่งรถไฟมาช้าเกินไปไม่กี่นาที
ขอขอบคุณ ภาพสวย ๆ จากถึงไม่หล่อ แต่มองไม่เบื่อ
เป็นการขึ้นรถไฟครั้งแรก
บรรยากาศโอเคมาก ๆ นั่งได้ทั้งวันทั้งคืนค่ะ รถไฟเป็นตู้นอนแอร์
มีเตียงบนและเตียงล่าง เตียงบนจะแคบกว่าเตียงล่างสักหน่อยแต่ไม่มากค่ะ
ในส่วนของเตียงล่างมีกระจกสามารถมองออกไปข้างนอกได้
แต่เนื่องจากว่าตอนนั้นมันมืดมาก ๆ เลยทำให้มองไม่เห็นอะไรเลย
ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับรถทัวร์ รถไฟสบายกว่าค่ะ บางครั้งอาจจะมีสะเทือนนิดหน่อย
แต่ไม่เป็นไร ให้อภัยได้ค่ะ^^
แสงอรุณเริ่มส่องเข้ามา
ยิ้มรับเช้าวันใหม่ที่หาดใหญ่ค่ะ ตอนนี้เวลาประมาณ 06.00 น. เดินทางกันมาทั้งคืน
แต่จุดหมายปลายทางของเราคือ สถานี butterworth ที่ประเทศมาเลเซีย
ซึ่งตามรายละเอียดในตั๋วนั้นจะถึงสถานี butterworth เวลาประมาณ
12.30 น. ค่ะ
เวลาสักประมาณ 08.00 น.
จะมีพนักงานรถไฟมาปรับเตียงนอนให้เป็นที่นั่งค่ะ และมีพนักงานมารับ order มื้อเช้า
ชุดละประมาณ 160 บาท มีข้าว+กับข้าว+ชา+ผลไม้ ครบชุดเลย แต่เช้านี้ดิฉันขอไมโลแก้วเดียว
เพราะได้นัดกับเพื่อน ๆ ให้เตรียมเสบียงมาจากบ้านคนละอย่างสองอย่าง นั่นคือ
แยมและขนมปัง ทำให้ประหยัดเงินไปเยอะเลย
.....อ่ะ!! ไมโลของเขาแก้วละ 25 บาทค่ะ
ถึงแล้ววววววววว
ด่านตรวจคนเข้าเมือง ต้องขอบอกก่อนว่านี้เป็นครั้งแรกเลยค่ะที่มาเที่ยวต่างประเทศ
ก่อนหน้านี้อาจารย์เล่าให้ฟังบ้างนิดหน่อย เขาจะถามว่าเราจะไปไหน? ไปกี่วัน?
ไปทำไม? พักที่ไหน? เป็นภาษาอังกฤษค่ะ
ถ้าตอบเขาไม่รู้เรื่องละก็ ...งานเข้าแน่ ๆ!! แต่ไม่เป็นไรผ่อนคลายเข้าไว้^^ ซึ่งก่อนจะเข้าไปตรวจ passport
และกระเป๋าเดินทาง ต้องต่อคิวเข้าไปเป็นแถวค่ะ เมื่อถึงคิวดิฉันและเพื่อน ๆ
เขาดันถามเป็นภาษาไทยเลย (แต่ต้องตั้งใจฟังนิดนึง >< ) งั้นก็ถือว่าเป็นโชคดีของเราค่ะ ฮ่าๆๆ
สรุปคือผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองไปได้ด้วยดี^^
เย้!!
เข้าสู่ดินแดนประเทศมาเลเซียแล้วค่าาา จะเห็นภูเขาลักษณะต่าง ๆ ตลอดทางเลยค่ะ
บรรยากาศสดชื่น แดดกำลังดีค่ะ ตื่นเต้น ๆ ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วกับสถานี butterworth
ระหว่างเดินทางก็ถ่ายรูปเล่น ๆ กินบรรยากาศชิลล์ ๆ ค่ะ^^ อีกอึดใจเดียวเท่านั้น
และแล้วเราก็ถึงสถานี butterworth ประเทศมาเลเซีย ในเวลาประมาณ
13.00 น. ค่ะ ต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย จริง ๆ เขามีป้ายใหม่นะคะ
แต่ดิฉันไม่ทราบเลยมาถ่ายป้ายเก่า ฮ่าๆๆ สวัสดี butterworth^^
จากนั้นก็เดินทางด้วยเท้าออกจากสถานี butterworth เพื่อหาร้านแลกเงินไทยเป็นเงินมาเลเซีย
และเตรียมตัวขึ้นเรือเพื่อข้ามฝั่งไปยังเกาะปีนังค่ะ
ด้านหน้าและด้านหลังเป็นเหล่าคณะอาจารย์และเพื่อน ๆ ดิฉันเองค่ะ^^
ในที่สุดเราก็เห็นเกาะปีนังอยู่ตรงหน้าแล้วค่ะ
ถ้าหากอยากเก็บบรรยากาศระหว่างข้ามฝั่งไปยังเกาะปีนังนั้น
ดิฉันแนะนำให้ข้ามฝั่งด้วยวิธีนั่งเรือข้ามฟาก เราสามารถเก็บบรรยากาศได้ตลอดเวลา
ซึ่งจะเห็นตึกต่าง ๆ มากมายบนเกาะปีนัง รวมไปถึงตึก Komtar
ตึกที่สูงที่สุดในเกาะปีนังอย่างชัดเจน
ในช่วงเวลาที่ดิฉันได้เดินทางข้ามฟากนั้นจะเห็นท้องฟ้าอย่างชัดเจนว่าฝนกำลังตกอยู่บนเกาะปีนัง
ต้องภาวนาในใจว่าอย่าตกหนัก เดี๋ยวจะเที่ยวไม่สนุก ฮ่าๆๆ ..อ่ะ!
ระหว่างข้ามฟากไปยังเกาะปีนังนั้น หากหันไปทางด้านซ้าย จะเห็นสะพานข้ามฟากที่มีความยาวติดอันดับ
6 ของโลกเลยทีเดียว!! ไม่ธรรมดานะคะ^^
ถึงแล้วววว ปีนัง ประเทศมาเลเซีย
แต่ก่อนอื่นต้องหาทางไปที่พักก่อนค่ะ ร่างกายต้องการการอาบน้ำ ฮ่าๆๆ
ซึ่งได้ใช้วิธีการนั่งรถเมล์เพื่อไปลงที่ Komtar เพื่อซื้อซิมโทรศัพท์ในการติดต่อกันในระหว่างที่อยู่ที่นี้ค่ะ
บรรยากาศบนรถเมล์ถือว่าดีมาก ๆ ดิฉันเป็นคนเมารถ เหม็นแอร์
แต่ไม่รู้สึกเมาหรือเหม็นเลย
รถเมล์ของเขาเก้าอี้จะเป็นพลาสติกง่ายต่อการทำความสะอาด
ไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์บนรถ เสียอยู่ 2 อย่างค่ะ ปิดแอร์ไม่ได้ T^T และเมืองเขาเป็นเมืองที่ขับรถเร็ว
ใครยืนก็คงต้องเกาะแน่น ๆ
ค่ะ.....จากนั้นก็ได้เดินทางต่อด้วยเท้าเพื่อหาที่พักชื่อว่า Hotel Sentral
Georgetown เพื่ออาบน้ำแต่งตัว เตรียมพร้อมตะลอนรอบเมืองยามเย็นค่ะ
เย้!!
มาชมภาพที่พักตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี้กันก่อนนะคะ
ที่พักของเราชื่อว่า Hotel Sentral Georgetown บรรยากาศก็เหมือนกับโรงแรมทั่ว ๆ
ไปค่ะ รู้สึกพิเศษก็ตรงที่มีไดร์เป่าผมในห้องน้ำให้ด้วยค่ะ^^
หลังจากที่เข้าที่พักอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย
ก็ได้มาเดินหามื้อเย็นเพื่อรับประทานกันข้าง ๆ โรงแรมค่ะ
เขาเรียกกันว่าเป็นตลาดโต้รุ่ง มีทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวไก่ทอด
มากมายให้เลือกรับประทานค่ะ^^
มาดูมื้อเย็นของดิฉันค่ะ เป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำ ราคาอยู่ที่ 5
ริงกิต รสชาติเข้มข้นแบบก๋วยเตี๋ยวน้ำค่ะ แต่ไม่ค่อยโดนใจสักเท่าไหร่
เนื่องจากดิฉันเป็นคนไม่ค่อยชอบอาหารรสจืด
แต่ดิฉันคิดว่าคนที่รับประทานอาหารเผ็ดไม่ได้และมีความชอบส่วนตัวกับก๋วยเตี๋ยวน้ำอยู่แล้ว
ต้องติดใจค่ะ^^ ส่วนน้ำในภาพ
คือน้ำส้มค่ะ ราคาอยู่ที่ 4 ริงกิต (ค่อนข้างแพง) รสชาติจะออกเปรี้ยว ๆ นิดหน่อย
รับประทานแล้วก็สดชื่นดีค่ะ^^
เมื่อรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว ดิฉันและเพื่อน ๆ ก็ได้เดินเที่ยวเก็บบรรยากาศบริเวณใกล้ ๆ ที่พัก ขอบอกว่าตึกที่อยู่ใกล้ ๆ บริเวณที่พักของดิฉัน เป็นตึกที่ค่อนข้างสวยงาม ในรูปที่ 2 เป็นรูปของตึก Komtar ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดของเกาะปีนัง บ้านเมืองเขาค่อนข้างสะอาด แต่ที่น่าแปลกคือไม่ว่าจะไปที่ไหนจะมีอีกาอยู่ทุก ๆ ที่ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทยแล้วอาจจะดูแปลกหูแปลกตาไปสักหน่อย
เดินชมบรรยากาศมาจนดึก ดิฉัน เพื่อน ๆ และอาจารย์ ก็ได้มาแวะรับประทานสเต็กกันที่ร้าน James Food รสชาติก็เหมือนสเต็กทั่ว ๆ ไปค่ะ นั่งรับประทาน+นั่งคุยกันจนเวลาประมาณ 4 ทุ่ม ฝนเริ่มตกนิด ๆ เลยต้องรีบกลับที่พักเพื่อพักผ่อนเก็บแรงไว้ลุยพรุ่งนี้อีกวันนึง^^
ในวันที่สอง ของวันที่ 15 สิงหาคม 2557 ในเวลา 08.00 น.
ได้ลงมาจากห้องเพื่อรับประทานอาหารที่โรงแรมจัดไว้ให้ค่ะ รสชาติถือว่าผ่านค่ะ^^
หลังจากนั้นอาจารย์ก็ได้ปล่อยให้พักตามอัธยาศัยเพื่อเรียกรวมตัวอีกทีตอนเวลา
10.00 น.
แต่เนื่องจากดิฉันและเพื่อนของดิฉันได้แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่เวลา
08.00 น. จึงไปเดินเที่ยวบริเวณรอบ ๆ ที่พักอีกรอบ
เพื่อเก็บภาพวาดฝาผนังที่อยู่บริเวณนั้นค่ะ^^
เมื่อถึงเวลา 10.00 น. ดิฉัน เพื่อน ๆ
และอาจารย์ ได้นัดแนะกันเพื่อที่จะไปสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตนั่นคือ Penang
Hill ซึ่งเดินทางไปโดยวิธีการนั่งรถเมล์
ค่าบริการในการนั่งรถเมล์อยู่ที่ราคา 2 ริงกิตค่ะ นั่งรถเมล์จาก Komtar ไป Penang Hill ประมาณ 20 นาที
Penang
Hill หรือ Bukit Bendera เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับ
3 ของเกาะปีนัง ซึ่งเป็นการนั่งรถไฟขนาดเล็กเพื่อขึ้นสูงยอดเขา
สามารถชมบรรยากาศได้ทั้งเกาะปีนังเลยทีเดียว
และข้างทางยังมีของขายมากมายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหมวกค่ะ ค่าบัตรที่ขึ้นไป ตกประมาณ
30 ริงกิตต่อรอบ แต่เนื่องจากฝนตกดิฉันจึงไม่ได้ขึ้นไปค่ะ
เพราะไม่แน่ใจกับสภาพอากาศ เสียดายมาก ๆ ค่ะ เลยถ่ายป้ายมาฝากกัน ฮ่าๆๆ
หลังจากที่ฝนตกไม่หยุด ดิฉันได้แยกย้ายกับเพื่อน ๆ
และได้ร่วมทริปกับพี่ ๆ และอาจารย์อีกกรุ๊ปทัวร์ค่ะ ซึ่งมีแผนกันว่าจะไปถ่ายภาพ 3D กัน
ซึ่งเราได้เดินทางกลับมายัง Komtar เพื่อตั้งหลักใหม่อีกครั้ง
และได้แวะรับประทานอาหารเที่ยงกัน คือ ข้าวมันไก่ไหหลำ ชื่อร้านเป็นภาษาไทยด้วยค่ะ
ฮ่าๆๆ ราคาข้าวมันไก่จานนี้ตกประมาณ 6 ริงกิต รสชาติก็ถือว่าโอเคค่ะ
ส่วนชาเย็นดิฉันจำไม่ได้แล้วค่ะว่ากี่ริงกิต T^T รสชาติจะออกเป็นใบชาค่ะ....ไปชมหน้าตาอาหารมื้อเที่ยงกันก่อน
เมื่อรับประทานอาหารจนอิ่มแล้ว
จึงหนีอากาศร้อนมาอยู่ที่ ห้าง Panging Mall ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของเหล่านักช็อป
ดิฉันมั่นใจเลยว่าเหล่านักช็อปจะต้องติดใจแน่ ๆ หากมาที่นี้
เพราะดิฉันยังอยากไปอีกครั้งถ้ามีโอกาส บอกเลยค่ะว่าเดินทั้งวันก็ไม่เบื่อ
ถ้าไม่เมื่อยสะก่อน ฮ่าๆๆ ราคาของในห้าง Panging Mall ราคาไม่แพง
น่าช็อปทั้งนั้น^^ เยี่ยมสุด ๆ
และเมื่อเดินชิลล์ ๆ กัน ณ ห้าง Panging Mall จึงได้เดินทางไปต่อที่
พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3D ใน Georgetown ตามที่ได้วางไว้
แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อขึ้นรถเมล์
เพราะดิฉันเห็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นึงบนรถเมล์นั่นก็คือ Street Art ถนนศิลปะ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาถ่ายภาพกัน
เห็นอย่างนี้แล้วเปลี่ยนใจแทบไม่ทัน เพราะดิฉันเคยเห็นในรายการโทรทัศน์รายการนึง
และอยากไปมากถึงมากที่สุด ต้องขออาจารย์และพี่ ๆ เพื่อที่จะไป Street Art กันก่อน เย้!!^^ ไปชมภาพถ่ายกันเลยค่ะ
เดินหาภาพวาดอยู่ดีดี ดิฉันเจอผู้ชายวิ่งถือไม้ 3 คน แล้วเข้าไปในซอย นึกในใจนะคะว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ ๆ แต่เมื่อวิ่งไปดูแล้ว ..เขากำลังถ่ายหนังกันอยู่ ฮ่าๆๆ
เมื่อเดินตะลอนกันทั่ว Street
Art แล้ว จุดหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกคือ พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3D
แต่ ณ เวลานั้นประมาณ 16.00 น. แล้ว บวกกับหลงกันไปหลงกันมา
พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3D จึงต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยายT^T เสียดายมากเลย ดิฉัน พี่ๆ และอาจารย์ จึงได้เดินทางกลับไปยังที่พัก
เพื่ออาบน้ำและพักผ่อน
จากนั้นเวลา
20.30 น. ได้เดินทางไปสถานบันเทิงเพื่อสังสรรค์เล็ก ๆ น้อย ๆ กันที่ Wunderbar
พูดคุย
แลกเปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยวที่ต่างคนต่างได้ไปมากันอย่างสนุกสนาน^^ จากนั้นก็เดินทางกลับที่พักเพื่อเก็บสัมภาระ
ซึ่งพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ต้องเดินทางกลับไปยังประเทศไทยค่ะ
ในวันที่สาม
วันที่ 16 สิงหาคม 2557 ในเวลา 08.00 น. เริ่มด้วยการรับประทานอาหารเช้าเช่นเคย
ที่ Hotel
Sentral Georgetown เมื่อรับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
อาจารย์ได้เรียกรวมตัวกันในเวลา 10.00 น. เพื่อเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม
บอกลาเกาะปีนัง และข้ามเรือไปยังสถานี butterworth เพื่อรอรถไฟตู้นอนแอร์
ตา่มเวลาในตั๋วรถไฟจะมาประมาณ 13.00 น.ค่ะ แต่มาช้าไปเป็นชั่วโมงเลย
ในระหว่างนั้นดิฉัน เพื่อน ๆ และอาจารย์จึงได้รับประทานอาหารเที่ยงกันใกล้ ๆ
บริเวณสถานี Butterworth เป็นเมนูที่ธรรมดาแต่รสชาติไม่ธรรมดานะคะ
อร่อยมากค่ะ มาดูมื้อเที่ยงกัน^^
จากนั้นก็มารอรถไฟที่สถานี
Butterworth เมื่อรถไฟมาถึง
ก็ได้ขึ้นไปพักผ่อนตามอัธยาศัย และได้รับประทานอาหารมื้อเย็นบนรถไฟ ชุดละ 160
บาท ตามที่ดิฉันได้บอกไว้ในวันแรกค่ะ มาดูภาพอาหารกัน
เมนูนี้ดิฉันสั่งเป็นไก่ผัดเปรี้ยวหวานค่ะ รสชาติถือว่ากินได้ค่ะ ฮ่าๆๆ
และได้เดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเหมือนกับรอบที่แล้วค่ะ
วันนั้นกว่าจะถึงสถานีสุราษฎร์ธานีก็เป็นเวลาประมาณ 01.00 น. เป็นการเดินทางที่ไม่เหนื่อยเลย ครบรสค่ะ
แต่เสียดายเพราะดิฉันได้ไปอยู่ที่เกาะปีนังเพียง 1 วันเต็ม ๆ
มีหลายที่ที่ยังอยากจะไปอีก คิดว่าต้องมีโอกาสไปอีกแน่ ๆ
และจะไม่พลาดที่จะไปเดินห้าง Panging
Mall อีกรอบ ฮ่าๆๆ ค่ะ และนี้ก็คือการผจญภัยของดิฉันตลอดระยะเวลาที่ได้เดินทางไปยังเกาะปีนัง^^ ขอบคุณเพื่อน ๆ อาจารย์ทุก
ๆ คน ที่ผจญภัยร่วมไปกับดิฉัน
ขอบคุณพ่อและแม่สำหรับที่ให้งบเพื่อไปปีนัง ฮ่าๆๆ และขอบคุณผู้อ่านที่อ่านการผจญภัยของดิฉันจนจบค่ะ
ขอบคุณค่ะ.............. บ๊ายบายปีนัง^^
สุดท้ายละ
ดิฉันอยากจะบอกว่าเกาะปีนังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุก ๆ คนค่ะ
ไม่ว่าท่านอยากไปพักตากอากาศริมทะเล
ปีนังก็มีทะเลที่สวยที่สุดให้ท่านได้พักผ่อนหย่อนใจ คลายความเหนื่อยให้หายเป็นปลิดทิ้ง
หรือหากท่านชื่นชอบในการถ่ายภาพ
เกาะปีนังยังมีภาพวาดตามฝาผนังให้ท่านได้เดินถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนานและไม่เสียสตางค์อีกด้วย
หรือหากท่านคนใดที่สนใจในการช็อปปิ้ง
ปีนังก็มีสถานที่ที่สามารถให้ท่านช็อปกันอย่างจุใจในราคาที่ไม่แพงมาก ใครที่อยากไปเยี่ยมชมละก็
.. รับรองไม่ผิดหวังค่ะ ย้ำนะคะว่าไม่ผิดหวัง ดิฉันรับประกัน^^












































.jpg)


